Last updated: 31 ส.ค. 2567 |
ชาวบ้านป้อมปราการ ร้อง!โรงงานส่งกลิ่นเหม็น แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เหมือนตายผ่อนส่ง ร้อนถึงผู้ว่าปากน้ำ สั่งทุกภาคส่วน ลงพื้นที่แก้ไขปัญหา
เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 30 สิงหาคม 2567 นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ มอบหมาย นายโชติพงษ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ให้นายภูริปกรณ์ ประกอบผล ปลัดอำเภอประจำศูนย์ดำรงธรรม อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ประสานงานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการผู้แทนจากเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ ส.ส. สมุทรปราการ เขต7 ลงพื้นที่ ซอย 11 หมู่ที่ 1 หมู่บ้านป้อมปราการ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบ รับฟังความเดือดร้อนจากชาวบ้าน จากกลิ่นเหม็นไม่พึ่งประสงค์ จากการดำเนินกิจการของโรงงานแห่งด้านหลังหมู่บ้านป้อมปราการ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก และแสบตา กับผู้อยู่อาศัยเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็กเด็กโตทั้งหญิงและชาย จำนวนมาก ผู้ป่วยผู้สูงอายุที่ผ่าตัดใหญ่มาอยู่ในระหว่างการพักฟื้น เด็กเล็ก 4 ขวบที่มีโรคประจำตัว หืดหอบ และใช้อ๊อกซิเยน ช่วยในการหายใจ ล้วนแล้วได้รับผลกระทบ จากเหตุเมื่อเวลา 18.00 น.เศษ ของวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา



หลังจากนั้น ทุกภาคส่วน พร้อมผู้แทนชาวบ้าน เดินทางเข้าตรวจสอบภายในโรงงานดังกล่าวเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เจ้าพนักงานตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายโดยตรง ร่วมประชุม และมีข้อสรุป โดยให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 2 ประการ เพื่อผู้บริหารโรงงานนำไปปฏิบัติ 1.ให้ผู้ประกอบการ จัดทำแผนปรับปรุงเสริมอุปกรณ์ระบบปิดครอบบริเวณหลอมวัตถุดิบก่อนนำไปฉีดเป็นผลิตภัณฑ์มิให้เกิดกลิ่นฟุ้งกระจายออกไปบรรยากาศภายนอก ไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านได้
2.ให้ผู้ประกอบการ ทำรายบันทึกกากของเสียอุตสาหกรรม แยกประเภท แยกชนิด จำนวนชิ้น น้ำหนักรวม เพื่อแจ้งให้กับอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า เพื่อทำเรื่องขออนุญาต นำไปกำจัดในสถานที่ปลายทางที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทุกครั้งไป
ผู้บริหารของผู้ประกอบการ พร้อมรับนำไปปฎิบัติ ทำให้ผู้แทนชาวบ้านพึ่งพอใจคลายกังวลในระดับหนึ่ง และกล่าวย้ำว่าจะได้เฝ้าติดตามปัญหาต่อไปว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหาหรือเกิดเหตุซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่