"เสี่ยโก้" โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันรุดทวงถามความเป็นธรรมที่ สำนักงานป.ป.ช. กรณีอดีตผู้บริหาร ขสมก. ร่วม บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ปลอมลายเซ็นต์ตนเองและภรรยา

Last updated: 6 ม.ค. 2569  | 

 "เสี่ยโก้" โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันรุดทวงถามความเป็นธรรมที่ สำนักงานป.ป.ช. กรณีอดีตผู้บริหาร ขสมก. ร่วม บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ปลอมลายเซ็นต์ตนเองและภรรยา

"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันรุดทวงถามความเป็นธรรมที่ สำนักงานป.ป.ช. กรณีอดีตผู้บริหาร ขสมก. ร่วม บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ปลอมลายเซ็นต์ตนเองและภรรยา เพื่อฮุปสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก.ก่อให้เกิดความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท และภาครัฐเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท


วันนี้ ( 6 ม.ค.69 ) เวลาม 09.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน เดินทางมาพร้อมทีมงานกฏหมายและคณะสื่อมวลชน เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีร้องเรียนอดีตผู้บริหารระดับสูงของ ขสมก.กับพวกเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม และใช้อำนาจโดยทุจริตปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเหตุให้ บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด ได้รับความเสียหายจากการเป็นเจ้าของสัญญาสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทู ของ ขสมก. มากกว่า 10 ปี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 5,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นผลต่อเนื่องให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐกว่า 1,000 ล้านบาท โดยกรณีดังกล่าวตนได้ยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.ในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท.ได้รวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้เป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งอยู่ในขอบข่ายอำนาจของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงาน ป.ป.ท.ได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนี้ให้กับสำนักงาน ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2561 เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ ปป 0006/159 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และในวันนี้คือวันอังคารที่ 6 ม.ค.69 เป็นเวลาที่ล่วงเลยมา 322 วันหรือมากกว่า 10 เดือนแล้ว ดังนั้นกระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ จึงมาขอติดตามการพิจารณา เรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ขสมก.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน่าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และปฏิบัตหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
เป็นเหตุให้ บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารยูโรทู ของ ขสมก.ตัวจริงได้รับความเสียหายมานานกว่า 10 ปีเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท
จากนั้นนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ต้องมาติดตามเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.ในวันนี้ว่า"เหมือนมีการดำเนินการจากช่องทางอื่นๆในการชลอการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยสังเกตุได้จากหนังสือ "ด่วนที่สุด" ที่ส่งจาก สำนักงาน ป.ป.ท.มายัง สำนักงาน ป.ป.ช.จนถึงวันนี้ 322 วันแต่ไร้ความคืบหน้าใดๆ หรือความหมายของคำว่า "ด่วนที่สุด" ระหว่างประชาชนที่ประกอบสัมมาอาชีพสุจริตแบบเรา กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะเข้าใจไม่เหมือนกัน? นายก่อเกียรติทิ้งคำถามถึงสำนักงาน ป.ป.ช.


นายก่อเกียรติยังกล่าวถึงกรณี ผอ.ขสมก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ตนทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 9 ธ.ค.68 ขอให้ ขสมก.ชี้แจงกรณีปลอมลายมือชื่อในการลงนามสัญญาเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก.ว่าทาง ขสมก.ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสัญญา ขั้นตอนดำเนินการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบกับคู่สัญญา คือ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) พบว่าเป็นข้อพิพาทเดิมที่เกิดขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมาและผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วนแล้ว อีกทั้ง ขสมก.เคยใช้สิทธิตาม กฏหมายดำเนินคดีกับผู้ร้องเรียนในประเด็นเดียวกันมาก่อน ทำให้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ข้อกล่าวหาใหม่ และยุติแล้วในทางกฏหมาย กระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ขอเรียนต่อสื่อมวลชนทุกท่านว่า "หลังจากกระผมได้มีข้อพิพาททางคดีความกับ บ.แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) แล้ว ผมได้พบหลักฐานใหม่อันเป็นเอกสารที่มีการปลอมลายมือชื่อ มีการใช้เอกสารปลอม และนำเอกสารดังกล่าวนี้ ไปใช้ในการปลอมแปลงลายมือชื่อ ในการลงนามเช่าเนื้อที่โฆษณา บนรถโดยสารของ ขสมก.อันเป็นการปฏิบัตหน้าที่ราชการโดยทุจริต โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ ขสมก.อีกมากกว่า 50 ฉบับ ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข สัมปทานเช่าเนื้อที่โฆษณา บนรถโดยสารของ ขสมก.กระผมจึงมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ร้องเรียนการทุจริตสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารของ ขสมก.ในครั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยคนหนึ่ง ตามที่มีปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการใช้สิทธิ ฟ้องร้อง ดำเนินการทางกฏหมายกับเจ้าหน้าที่ ขสมก.ที่กระทำความผิดต่อกฏหมาย และ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กับพวกที่ร่วมกันกระทำความผิดด้วยสิทธิอันพึงมีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ตนยังอยากฝากพี่น้องสื่อมวลชนพิจารณาภาพประธานบริหารสื่อยักษ์ใหญ่ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) อยู่ในงานเลี้ยงร่วมเฟรมเดียวกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงว่ามีความเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์อย่างมากในขณะนี้ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่? อีกทั้งอาจมีคำถามว่า"การดำเนินการร้องเรียนเรื่อง เจ้าหน้าที่ ขสมก.ปฏิบัติหน้าที่ทุจริต ปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม ใช้อำนาจโดยทุจริต ปฏิบัติราชการโดยมีชอบ ร่วมกับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กับพวกเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัมปทาน เช่าพื้นที่โฆษณาบนรถยูโรทู ของ ขสมก.มากว่า 10 ปีเป็นเหตุให้กระผมเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท และได้ดำเนินการร้องเรียนผ่านหลายองค์กรในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมาแต่จู่ๆกลับเงียบหายไป จึงขอชี้แจงต่อพี่น้องสื่อว่า " มีบุคคลผู้หนึ่งสมมุติชื่อ "หม่อมหลวง ส." มาพบกับกระผมแล้วแจ้งให้ทราบว่าขอให้หยุดการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ขสมก.และ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กับพวกที่ร่วมกันทุจริตเปลี่ยนแปลงสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทู แล้วจะดำเนินการไกล่เกลี่ยเคลียร์ให้ปัญหาทั้งหมดให้จบและหมดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งจากการที่ "หม่อมหลวง ส."แจ้งให้ทราบ ทำให้ผมได้หลงเชื่ออย่างสนิทใจ และหยุดการร้องเรียนดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ทำให้ผมสูญเสียโอกาสในการร้องเรียน เพื่อขอความเป็นธรรม และสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะนี้ผมได้ดำเนินการร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจในการแอบอ้างเบื้องสูงให้หยุดการร้องเรียนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากสื่อท่านใดที่ต้องการทราบรายละเอียดเรื่องนี้ กรุณาติดต่อกับผมได้โดยตรง หรือติดตามทางสื่อออนไลน์ "โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์" นะครับ ขอบคุณมากครับ


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้